รีวิวเกม Resident Evil : Village การต่อสู้ครั้งใหม่ของอีธาน วินเทอร์ส

รีวิว Resident Evil 8 Village

เกมนี้เป็นเกมแรกที่พอเล่นจบ ผมลงมือทำรีวิวทันที เพราะว่ามันตื่นตาตื่นใจมาก ในฐานะที่ผมติดตามเล่นเกมซีรี่ส์นี้มาเกือบครบทุกภาค ทั้งแบบต้นฉบับและรีเมค ในความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่า Resident Evil : Village นี้เป็นภาคที่นับว่าที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะมีการนำเสนอเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ให้มีความตื่นเต้นสนุกครบรสแล้ว ภาคนี้ยังยกระดับการโยงใยเนื้อเรื่องอย่างที่แฟนเกม RE คุ้นเคยกันดี ให้ออกมาในแบบที่คุณคาดไม่ถึงได้อย่างลงตัว

บทความรีวิวนี้ ผู้เขียนเล่นบนเครื่อง PlayStation 5

เนื้อเรื่อง

จากเหตุการณ์ภาค 7 อีธาน และมีอา วินเทอร์ส ได้หลบมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในประเทศแถบยุโรป เขาและเธอได้ให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อยชื่อว่า “โรสแมรี่” หรือ “โรส” แต่หลังจากนั้นไม่นาน โรสได้ถูกลักพาตัวไป อีธานเลยต้องออกตามหา จนไปเจอหมู่บ้านที่มีความเชื่อและพฤติกรรมที่แปลกประหลาด และที่นั่นเองที่เป็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในภาคนี้

Resident Evil Village

แม้ว่าฟังดูแล้ว เนื้อเรื่องจะค่อนข้างธรรมดา บวกกับความรู้สึกของแฟนเกมที่พอๆ จะเดาเนื้อเรื่องได้อยู่แล้วว่า เดี๋ยวตัวเอกของเราก็จะไปเจอสัตว์ประหลาด สู้กันไปสู้กันมา จนไปเจอต้นตอ แล้วก็ปิดท้ายด้วยปืน RPG จบ ผมเองก็เป็นคนนึงที่เล่นเกมภาคนี้ด้วยความรู้สึกแบบนั้น คือ มันเล่นมาตลอดหลายปีจนพอจะจับทางเนื้อเรื่องได้แล้ว เลยไม่ได้คาดหวังกับส่วนของเนื้อเรื่องเท่าไหร่ แต่พอเล่นไปประมาณ 1 ใน 4 ของเกม ผมก็เริ่มรู้สึกแล้วว่า เกมภาคนี้มีของเจ๋งๆ ซ่อนอยู่แฮะ ซึ่งพอเล่นไปสักพัก ก็จริงตามนั้นเลยครับ เนื้อเรื่องจับทางไม่ได้เลยว่าจะมาเส้นเรื่องแบบนี้ ยิ่งช่วงท้ายๆ มีคาดไม่ถึงไปจนถึงขั้นเซอร์ไพรส์เลยทีเดียว

Resident Evil Village

แอบได้ยินหลายๆ คนบอกว่า ภาคนี้เนื้อเรื่องมั่วไป ผมคนนึงล่ะที่ขอยืนยันว่า ภาคนี้ยังคงความเป็น Resident Evil ได้ดีทีเดียว หากเปรียบเนื้อเรื่องก็คล้ายๆ ประมาณภาค 1 เลยที่ในเอกสารถ้าอ่านให้ครบ จะมีความดาร์คซ่อนอยู่ไม่น้อย (มีการอธิบายถึงการจับมากักขัง ทรมาน และการใช้ความรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต) เพียงแต่ส่วนของภาคนี้ เนื้อเรื่องจะมีมิติที่ลึกขึ้น ทั้งตัวเอก ตัวร้าย ตัวประกอบ สถานที่ ที่มาที่ไปต่างๆ เรียกว่า เล่นจบแล้ว มานั่งพูดคุยกันได้อีกยาวๆ ซึ่งแตกต่างจากภาคก่อนๆ ที่ต่อให้มี ก็ไม่ได้มีความน่าสนใจและดึงดูดเหมือนภาคนี้

เกมเพลย์

สำหรับเกมเพลย์ที่ใครหลายคนเคยบ่นว่า ในภาค 7 มันซ้ำซากจำเจ ภาคนี้ Capcom จัดมาให้แล้วครับ มีมาตั้งแต่เกมเพลย์ที่คุ้นเคย ไปจนเกมเพลย์แบบอะไร (วะ) เนี่ย? ผสมผสานปนเปภายใต้ธีมเนื้อเรื่องเดียวกัน (ได้ยังไง) เพื่อนๆ จะเจอเซอร์ไพรส์และความท้าทายเพิ่มมาทีละนิดๆ จนรู้ตัวอีกที ก็หลงเข้าไปอยู่ในหมู่บ้าน (Village) ของเกมนี้เสียแล้ว

Resident Evil Village

เกมเพลย์ของภาคนี้ โดยหลักๆ ก็ยังเหมือนภาค 7 แต่ในรายละเอียดมีการเพิ่มความหลอน ความตื่นเต้น ความเป็นแอ็คชั่น การเอาชีวิตรอด แก้ปริศนา เดินหาที่ใช้คีย์ไอเท็ม บริหารจัดการทรัพยากรในตัว เรียกได้ว่า ดึงความเป็น RE มาครบ แต่ไม่เละเทะเหมือนภาค 6

ตัวละครอีธานมีสกิลความสามารถที่มากขึ้น ตามเรื่องราวที่เขาประสบพบเจอตั้งแต่ภาค 7 มาในภาคนี้ เขาสามารถใช้อาวุธได้อย่างคล่องแคล่ว และหลากหลายมากขึ้น รวมถึงการปัดป้องที่เป็นการป้องกันประจำตัวของอีธาน ยังสามารถกดยิงสวนศัตรูเพื่อหลีกหนีการรุมโจมตีจากศัตรูได้ด้วย

Resident Evil Village

การซื้อและอัพเกรดอาวุธอุปกรณ์ เป็นอีกอย่างที่ส่วนตัวผมเชื่อว่า พัฒนามาจากภาค 4 กับพ่อค้าขายไอเท็มลึกลับที่เกมเมอร์รู้จักกันดี ภาคนี้เราต้องซื้อและอัพเกรดไอเท็มกับชายอ้วนร่างยักษ์ชื่อว่า “ดยุค” ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ก็เหมือนภาค 4 เลยยังไงยังงั้น ปราบศัตรู เก็บค่า Lei ที่ดรอปมา แล้วเอาไปซื้อ แลก อัพเกรดกับดยุค แต่ที่ดีขึ้นก็คือ การวางจุดซื้อขายของดยุค ปรับเปลี่ยนไปตามสถานที่ที่ตัวละครเราไปได้อย่างลงตัว ระยะห่างที่ไม่ถี่ไป ไม่น้อยไป แถมตาอ้วนคนนี้ มีมุกเด็ดๆ ล้อเลียนภาค 4 อยู่ด้วยนะ ถ้าแวะไปหา อย่าลืมลองฟังกันดู (นานๆ จะพูดขึ้นมาที)

Resident Evil Village

เสียงประกอบ/องค์ประกอบศิลป์

ภาคนี้ มีการใช้เสียงประกอบค่อนข้างละเอียด อย่างฉากเดินสำรวจในบ้าน จะมีเสียงไม้ลั่น เสียงของหล่นกุกกักๆ ให้เราระแวงอยู่บ่อยๆ ใส่หูฟังดีๆ ลำโพงแน่นๆ รับรองมีสะดุ้ง และแน่นอนเสียงห้องเซฟที่คุ้นเคยของเกมซีรี่ส์ก็ยังมีอยู่เช่นเดิมครับ (คิดว่าน่าจะมีตลอดไปทุกภาคแหละ)

เรื่องดนตรีประกอบที่คอยเสริมบรรยากาศความหลอกหลอนที่แฝงไปด้วยความเศร้าและลึกลับ ยังคงทำหน้าที่ได้ดีตลอดทั้งเกม สำหรับเพลงธีมของเกมนี้ “Yearing for Dark Shadows” ที่ให้อารมณ์ทั้งความโศกเศร้าและมืดมน เมื่อคุณเล่นจบไม่แน่นะ คุณจะรู้สึกกับเพลงนี้เปลี่ยนไป

เรื่องขององค์ประกอบศิลป์ที่ถ่ายทอดผ่านความงดงามของฉากและวิวทิวทัศน์ ภาคนี้ถูกยกระดับไปอีกขั้น ให้มีความละเอียดสมจริง เติมแต่งด้วยงานศิลปะสไตล์ยุโรปช่วงทศวรรษที่ 60 ที่วิจิตรงดงาม ปราสาทสีทองอร่าม ฉากหมู่บ้านที่ค่อยๆ เปลี่ยนสภาพไปตามเหตุการณ์ และพอมาในส่วนของบรรยากาศความหลอน ผู้พัฒนาเกมภาคนี้ก็จัดมาให้แบบสุดๆ รายละเอียดของบ้านที่เป็นฉากหลังของเกม ปรับเปลี่ยนสภาพไปให้มีความน่าสะพรึงกลัวตามอารมณ์ของเกม การออกแบบศิลป์ที่อาศัยแรงบันดาลใจจากประเทศต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน จนกลายมาเป็นสไตล์ของเกมภาคนี้ เมื่อรวมงานภาพและเสียงเข้าไป ช่วยสร้างบรรยากาศการเล่นได้อย่างดีและน่าประทับใจมากๆ

งานดีไซน์ตัวละคร (ฝั่งตัวร้าย) นอกจากแก๊งค์สาวๆ ดูดเลือดที่เห็นหน้ากันบ่อยๆ แล้ว ตัวละครอื่นๆ ก็ดูน่าสนใจไม่แพ้กัน (แต่แอร์ไทม์ตัวอื่น อาจจะน้อยกว่า) ดีไซน์อย่างที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวเลยก็คือ ตัวละครดอนน่า เบเนเวียนโต้ (Donna Beneviento) ที่ดูเรียบง่ายภายใต้ชุดไว้ทุกข์ปิดด้วยผ้าคลุมหน้าสีดำ เธอมาพร้อมกับน้องตุ๊กตาสาวแองจี้ในชุดเจ้าสาวสีขาวน่ารัก ที่ดูเป็นความย้อนแย้งที่ลึกลับดีแท้ ยิ่งพอมาเจอเธอในด่านของเธอแล้ว ยิ่งประทับใจมากครับ ถ้าอยากรู้ว่า งานดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่หลอกหลอนเป็นยังไง ต้องลองเล่นเองครับ หลอนใช้ได้เลย

Resident Evil Village

การรองรับภาษาไทย

พูดตามตรงว่า ความถูกต้องในการแปลบทพูดในเนื้อเรื่องไม่ได้สมบูรณ์แบบ มีแปลผิดพลาดไปบ้าง บางจุดแปลผิดแบบงงๆ แต่ก็ยังทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องโดยรวมได้ แต่หากพูดในส่วนของคำสั่งต่างๆ ในเกม ถือว่าดีเยี่ยม แปลความหมายถูกต้อง ใช้แบบอักษรที่อ่านง่าย (อันนี้ชอบมาก) ที่สำคัญการรองรับภาษาไทย มีการแปลให้ครบยันโหมดโบนัส แปลทุกอย่างตั้งแต่โหมดทหารรับจ้างไปจนถึงรายละเอียดในคอนเซปต์อาร์ต แฟนเกม RE ชาวไทยที่อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังได้อ่านกันเพลินแน่นอน

Resident Evil Village

สรุป
ใช่ครับ ผมให้คะแนนภาคนี้ 10/10 เหตุผลไม่ใช่เพราะว่าเข้าข้างเพราะตัวเองเป็นแฟนเกมซีรี่ส์นี้ กลับกันซะอีก ผมเล่นเกมภาคนี้ด้วยความคิดตั้งแง่กับมันด้วยซ้ำว่า มันก็คงเหมือนเดิมๆ อย่างที่เคยเป็นมา และการที่จะทำให้ผู้เล่นที่เริ่มเบื่อหน่ายกับการเดินเรื่องเดิมๆ เกมเพลย์เดิมๆ กลับมาตื่นเต้นได้อีกครั้ง ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ภาคนี้ Capcom เขาทำได้ และทำได้ดีซะด้วย ใครที่ยังไม่เคยเล่นอยากให้ลองกันดูครับ อ่อ แล้วอย่าเชื่อตัวอย่างเกมที่ปล่อยออกมาล่ะ นั่นแค่น้ำจิ้ม อิอิ

ต่อจากนี้ไป หวังว่าการเปลี่ยนแปลงของ RE ยุคใหม่จะทำให้เหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกได้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง ใครที่เล่นจบแล้ว รออีกสักพักก่อน แล้วค่อยมาพูดคุยกันในเพจของเรากันนะครับ ช่วงนี้งดสปอยล์ไปก่อน ให้โอกาสเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ยังเล่นไม่จบได้ตื่นเต้นด้วยนะครับ

คะแนนรีวิว : 10/10 ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างแฟนเกม Resident Evil ยุคเก่าและใหม่ เป็นความท้าทายที่ Capcom กล้าคิดกล้าทำกับเกมซีรี่ส์นี้มากขึ้น

รายละเอียดเกมเพิ่มเติม : www.residentevil.com/village

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

รีวิว Demon’s Souls (PS5) เกมยากที่ไม่ควรเล่นจบแค่รอบเดียว

0 Comments

Leave a Comment

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password

%d bloggers like this: