รีวิว Final Fantasy 7 Remake เกมแห่งความทรงจำที่งดงาม

 

คำเตือน : บทความนี้ จะไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาหรือสาระสำคัญใดๆ ของตัวเกม แต่อาจมีการกล่าวพาดพิงในบริบทบางส่วน

  • บทความรีวิวฉบับนี้ จัดทำโดยใช้ตัวเกมสำหรับสื่อมวลชนเพื่อการจัดทำรีวิวเท่านั้น
  • ขอขอบคุณ Sony Interactive Entertainment Singapore (SIES) และ Square Enix Asia มา ณ โอกาสนี้

Final Fantasy VII (FF7) เกมที่ใครหลายคนต่างรู้จักกันดี ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์หน้าเก่าหรือหน้าใหม่ หรือต่อให้ไม่ใช่คนเล่นเกมเลยก็ตาม เชื่อว่า อย่างน้อยคุณต้องเคยเห็นหน้าตาของเด็กหนุ่มผมสีเหลืองประกายทองที่มาพร้อมกับดาบคู่ใจขนาดใหญ่ ตัวละครเอกของเกมนี้มาบ้างไม่มาก็น้อย

หลังจากเวลาผ่านไปกว่า 20 ปี จากเกม Final Fantasy VII ในวันนั้น มาสู่ยุคของ Final Fantasy VII Remake ในวันนี้ นับได้ว่าเป็นเกมที่เติบโตมาพร้อมกับผู้เล่นจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความใส่ใจของทีมงานที่ผสมผสานการออกแบบตัวละคร ฉาก ดนตรี เสียงพากย์ หล่อหลอมรวมกับเทคนิคการสร้างเกมสมัยใหม่ และศักยภาพของเครื่องเล่นเกมในยุคปัจจุบัน ก่อให้เกิดการเดินทางของครั้งใหม่ของ Final Fantasy VII ที่ไม่ว่าคุณจะเคยสัมผัสกับเกมนี้มาก่อนหรือไม่ ก็เชื่อได้ว่า คุณจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

รูปแบบการเล่นที่ไม่ใช่แค่แตกต่าง แต่ดีกว่าเดิม

หลังจากทีมงานได้เริ่มเล่นเกม เพื่อทดสอบในส่วนต่างๆ พวกเราพบว่า นอกจากความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในรูปแบบการเล่น ซึ่งจากเดิมเป็นแนว Turn-base Combat มาเป็น Action RPG แล้ว สิ่งหนึ่งที่ Final Fantasy VII Remake พยายามสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้การพัฒนาใหม่นี้ก็คือ การสร้างแนวทางการเล่นเป็นแบบฉบับของตัวเอง

รูปแบบการเล่นที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเลือกกระทำหรือตัดสินใจในระหว่างการต่อสู้อันดุเดือด ไม่ว่าการตัดสลับตัวละครแบบเรียลไทม์ การเลือกใช้สกิลการโจมตี การใช้ไอเทม ที่แน่นอนว่า ผู้เล่นแต่ละคนย่อมมีการตัดสินใจที่ไม่เหมือนกัน รูปแบบการต่อสู้ของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันตามสไตล์ด้วย พูดให้เข้าใจได้โดยง่ายก็คือ ต่อให้คุณดูผู้เล่นอื่นเล่นเกมนี้ ความสนุกก็ไม่เท่ากับคุณได้ลงมือเล่นเองอย่างแน่นอน

ความสนุกอีกอย่างของรูปแบบการเล่นใหม่นี้ก็คือ การผสมผสาน วางแผนกลยุทธ์ การบริหารไอเทมและการจัดการเมื่อเวลาใช้งานจริง นับเป็นความท้าทายที่ผู้เล่นเกมต้องพบเจอ บ่อยครั้งที่ทีมงานที่เล่น ต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เวลาที่ตัวละครหลักอย่าง Cloud อยู่ในภาวะ HP MP ใกล้หมด แล้วเราต้องให้ตัวละครอื่น Support หรือเข้าโจมตีแทน เพื่อรอฟื้นฟูค่า ATB การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเป็นตัวบ่งชี้เลยว่า เราจะรอดหรือไม่

แต่ในส่วนของรูปแบบการเล่นนี้ มีจุดหนึ่งที่เรารู้สึกได้ในเวลาเล่นจริง ทั้งในเดโมและตัวเกมที่ใช้รีวิวในครั้งนี้ก็คือ การล็อคเป้าหมาย (กดปุ่ม R3) ซึ่งหากศัตรูมีเพียง 1-2 ตัวก็ไม่มีปัญหาใดๆ แต่เมื่อต้องมาเจอกับศัตรูจำนวนมาก หรือศัตรูที่ต้องเลือกโจมตีหลายจุด การล็อคเป้าหมายโดยปุ่ม R3 นี้ จะไม่สะดวกและทำให้สับสนได้ โดยทางแก้ที่ทีมงานเลือกใช้ก็คือ การปลดและล็อคเป้าหมายใหม่อีกครั้งด้วยตัวเอง ซึ่งหากผู้เล่นฝึกฝนจนชำนาญ ปัญหาดังกล่าวนี้ อาจไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้

การดำเนินเนื้อเรื่อง

ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวที่มุ่งเน้นให้ผู้เล่นได้สัมผัสถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร และเรื่องราวที่ต้องเผชิญ Final Fantasy VII Remake เลือกที่จะดำเนินเนื้อเรื่องแบบเส้นตรง ไม่สามารถย้อนกลับไปมาแบบ Open Word ได้ ทำให้ผู้เล่นต้องบริหารจัดการเควสต่างๆ ในห้วงเวลานั้นเลย ซึ่งจุดนี้มองเป็นข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ เนื้อเรื่องจะกระชับและเข้มข้น ประสบการณ์ของตัวละครจะดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น ข้อเสียคือการขาดอิสระในการเล่น ซึ่งหากผู้เล่นที่พลาดจุดไหนไป ก็จะพลาดไปเลย

บรรยากาศของเกมที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

นับเป็นจุดเด่นที่สุดของเกมนี้เลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าเพื่อนๆ จะมองจากจุดไหนในเกม ทุกสิ่งเหล่านั้น ล้วนเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ทีมผู้สร้างเกมพยายามสร้างความสมจริงให้กับโลกของ Final Fantasy VII Remake

ไม่ว่าจะเป็นถนน อาคารสิ่งปลูกสร้าง หรือแม้แต่ตัวละคร NPC ที่เราพบเจอ ล้วนแสดงถึงความมีชีวิตชีวา มีบทพูดครบทุกตัว รวมทั้งแสงและสีภายในเกมที่ช่วยเพิ่มความงดงามให้กับ Midgar ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น

ในส่วนนี้ เราขอกล่าวรวมไปถึงเสียงดนตรี และเสียงประกอบต่างๆ ด้วย หากเพื่อนๆ เป็นสายที่ชื่นชอบการเล่นเกมผ่านหูฟัง หรือเครื่องเสียงดีๆ คุณต้องดื่มด่ำไปกับสิ่งเหล่านี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เกมผ่อนคลาย เราก็จะได้ยินเสียงดนตรีประกอบ เสียงพูดคุยของชาวบ้านที่แสดงถึงความสมจริง หรือหากเป็นช่วงที่เกมกำลังเข้มข้น ทั้งดนตรี เสียงอาวุธที่ฟาดฟันกัน โลหะที่ปะทะกัน ในเกมก็จะทำผู้เล่นรู้สึกได้ว่า สถานการณ์นี้ มันดุเดือดเพียงใด ซึ่งพวกเราชื่นชอบในส่วนนี้เป็นพิเศษ และขอชมเชยทีมงานเบื้องหลังจากใจเลยครับ แนะนำให้ลองเล่นถึงตอนที่ Cloud ตื่นนอนมา แล้วเจอกับแสงสว่างยามเช้าที่ Sector 7 ดูครับ ซีนนั้นทั้งภาพและเสียงลงตัวสุดๆ

ความรู้สึกที่มีให้ Final Fantasy VII Remake

หากจะพิจารณากันแล้ว สำหรับ Final Fantasy VII Remake พวกเราทีมงานครอบครัวเล่นเกมก็ถือเป็นผู้เล่นใหม่ แม้ว่าจะเคยมีโอกาสได้สัมผัสกับเกมเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้เมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นเด็ก การจดจำในรายละเอียดต่างๆ จึงเป็นในลักษณะความประทับใจในภาพรวมมากกว่า

ซึ่งพอมาเป็น Final Fantasy VII Remake เวอร์ชั่นปัจุบันนี้ ความประทับใจและสิ่งที่เราอยากกล่าวถึง จึงเป็นสิ่งใหม่ ความรู้สึกใหม่ และนั่นก็คือสิ่งที่ Final Fantasy VII Remake อยากให้เป็น ความรู้สึกที่เราในฐานะผู้เล่นมีให้กับเกมนี้ ก็คือ “ความประทับใจ” และไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ หลายคนจึงให้คุณค่ากับเกมนี้ว่า เกมระดับตำนาน

สำหรับเกมเวอร์ชั่นนี้ ทีมงานผู้พัฒนามุ่งหวังอยากให้ผู้เล่นเปิดใจได้รับสิ่งใหม่ๆ และไม่ลืมที่จะระลึกถึงประสบการณ์ที่งดงามในอดีต ใครหลายคนที่เล่นเกมนี้ไป กรี๊ดไป ร้องไห้ไป ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเกมนี้เติบโตมาพร้อมกับพวกเรา เปรียบเสมือนเพื่อนสมัยประถมที่วันนี้ เรากลับมาได้เจอกันอีกครั้ง มาหัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ไปด้วยกัน และต่อสู้ไปด้วยกันอีกครั้ง Final Fantasy VII Remake

ปิดท้ายเหมือนอย่างเช่นเคย พวกเราจะไม่มีการให้คะแนนในการรีวิว มีแต่จะบอกว่า เกมนี้เหมาะกับผู้เล่นแบบไหนมากกว่า และสำหรับเกม Final Fantasy VII Remake เราอยากบอกว่า หากคุณรู้จักเกมนี้ไม่ว่ามากหรือน้อย เราอยากให้คุณได้ลองเล่นด้วยตัวเองสักครั้งหนึ่ง แล้วคุณจะรักและประทับใจเกมนี้กว่าที่เคยเป็น ลองดูนะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง :
สรุปรายละเอียดเกม Final Fantasy VII Remake จากคุณโยชิโนริ คิตาเซะ โปรดิวเซอร์จากค่ายเกม Square Enix

0 Comments

Leave a Comment

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password