เรียนรู้จากเกม : เชื่อมโยงโลกด้วยโลจิสติกส์ | Death Stranding

สำหรับคนที่ได้สัมผัสกับ Death Stranding หรือได้ติดตามข้อมูลของเกมนี้ คงทราบกันดีว่า เกมนี้จะเป็นเกมแนวขนส่งทรัพยากร รวมถึงสิ่งของที่จำเป็นในการฟื้นฟูประเทศสหรัฐอเมริกา (ในเกม) ซึ่ง “Sam” ตัวเอกของเรื่องคือผู้ที่ทำหน้าที่ขนย้ายวัสดุ สิ่งของ จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งระหว่างทางจะมีอุปสรรคต่างๆ รวมถึงตัว Sam เองก็จะมีข้อจำกัดในการรับน้ำหนักสิ่งของ ทำให้ผู้เล่นจะต้องคำนวณให้ดีว่า จะให้ Sam ขนย้ายวัสดุสิ่งของเหล่านั้นไปอย่างไรจึงจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ

หากพิจารณาดูดีๆ แล้ว แนวคิดนี้จะเหมือนกับหลักการโลจิสติกส์ (Logistics) ที่หมายถึงกระบวนการขนส่ง หรือเคลื่อนย้ายวัสดุ/วัตถุ/เอกสาร/สินค้า จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยคำนึงถึงต้นทุนและข้อจำกัดที่มีอยู่ เพื่อให้วัสดุสิ่งของที่ขนส่งไปถึงจุดหมายปลายทางด้วยต้นทุนที่น้อยที่สุด

และหากเราพิจารณาถึงกระบวนการ “โลจิสติกส์” โดยถี่ถ้วนแล้ว จะเห็นได้ว่า โลจิสติกส์ไม่ใช่แค่เพียงขนส่งสิ่งของเท่านั้น แต่สิ่งที่ติดมาพร้อมกับกระบวนการขนส่งในลักษณะนามธรรมคืออีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น มีความสำคัญไม่แพ้กัน และส่งผลในระยะยาวได้มากกว่า

ลองมองย้อนกลับไปในอดีต ในสมัยกรุงศรีอยุธยาไปจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ที่ไทยได้ทำการค้าขายกับจีน การขนส่งสินค้าในสมัยนั้นจะเป็นการขนส่งทางเรือ ซึ่งบรรดาลูกเรือ พ่อค้า และชาวจีนที่โดยสารมาด้วย ได้ลงเรือมายังท่าเรือของไทย เพื่อทำเจรจาการค้าและปฏิสัมพันธ์พูดคุยในแง่มุมต่างๆ กับชาวไทยท้องถิ่น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดการ “เรียนรู้” “แลกเปลี่ยน” ซึ่งกันและกัน รวมไปถึงสินค้า วัสดุต่างถิ่นที่ขนย้ายมาจากเมืองจีน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเคลือบ เครื่องลายคราม เครื่องประดับ อาหาร ผ้าไหม ผ้าแพรต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับคนไทยในยุคนั้น ก่อให้เกิดความนิยมชมชอบและมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น การขนย้ายถ่ายเทสินค้าระหว่างไทยและจีนจึงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จนเวลาผ่านไป จากจุดเริ่มต้นจากการค้าขายพัฒนากลายมาเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมที่ “เชื่อมโยง” ทั้งสองชาติไว้ด้วยความเป็นรูปธรรมและนามธรรมอย่างลงตัว

เมื่อการขนย้ายวัสดุสิ่งของ เป็นกระบวนการหนึ่งที่ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนได้ ดังนั้น คงจะไม่ผิดนัก หากจะคิดว่า นี่คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งในแนวคิดเชิงลึกของเกม Death Stranding ดังเช่นที่คุณ Hideo Kojima หัวหน้าทีมผู้พัฒนาเกมได้เคยกล่าวไว้ว่า ตัวเขาอยากจะทำให้เกมนี้ เป็นเกมที่ “เชื่อมโยง” คนทั้งโลกเข้าไว้ด้วยกัน

โดยในเกม Death Stranding ผู้เล่นจะได้ลงมือปฏิบัติแทบทุกขั้นตอนของการขนย้ายสิ่งของ หรือโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการขนส่ง เคลื่อนย้ายสิ่งของวัสดุ ดูแลรักษา การแปรรูปให้กลับมาใช้ใหม่ และการแก้ไขปัญหาโดยผ่านรูปแบบการเล่น

ตลอดการเดินทาง ผู้เล่นจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะจะมีการเชื่อมโยงกับผู้เล่นคนอื่นๆ ทั่วโลกตลอดเวลาผ่านสิ่งปลูกสร้างภายในเกมเช่น สะพาน ถนน Generator (แท่นชาร์จอุปกรณ์) Postbox (กล่องฝากไอเท็ม) ที่ผู้เล่นหลายคนสามารถร่วมกันสร้าง ใช้งาน และบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงการแสงดความขอบคุณด้วยการกด Like ให้กับผู้เล่นที่เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง นอกจากนั้นยังมีการเชื่อมโยงผู้เล่นเข้าไว้ด้วยกันด้วยรูปแบบอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสัญลักษณ์ (Sign) เพื่อแจ้งเตือน การวางไอเท็ม และระบบการวางของเพื่อให้ผู้เล่นอื่นช่วยส่งแทนได้

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงที่เกม Death Stranding พยายามจะสื่อสารกับผู้เล่น ถึงความสำคัญอันลึกซึ้งของกระบวนการโลจิสติกส์ ที่ไม่ใช่แค่การส่งของแล้วจบภารกิจ แต่หากให้เราในฐานะผู้เล่นได้ดื่มด่ำไปกับความพิถีพิถัน ของตัวเกมและแนวคิดการ “เชื่อมโยง” การปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนทั่วโลกที่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูล เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนกันได้แม้จะอยู่ห่างไกลกัน ซึ่งนั่นทำให้เกม Death Stranding มีคุณค่ามากกว่าเป็นแค่เกมส่งของ แต่ Death Stranding คือโลกที่ “เชื่อมโยง” ผู้คนในฐานะผู้เล่นได้อย่างแท้จริง

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password

%d bloggers like this: