รีวิว – หูฟังเกมมิ่ง Razer Nari Ultimate ฉบับใช้งานจริง

 
กล่องหูฟังเกมมิ่งไร้สาย RAZER NARI ULTIMATE ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Hypersense

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการใช้หูฟังเพื่อการเล่นเกม ในตลาดสาย Gaming Gear ปัจจุบันนี้ เราก็มีหลากหลายแบรนด์ให้ได้เลือกซื้อกัน แบรนด์ Razer ก็ถือเป็นแบรนด์หนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าเกมเมอร์ วันนี้ครอบครัวเล่นเกมเลยจะมารีวิวหูฟังของ Razer รุ่นที่ถือว่าเป็นตัวหลักตัวหนึ่งของแบนด์นี้เลยก็ว่าได้ โดยเราจะรีวิวในมุมมองของผู้ที่ใช้งานจริงว่า หูฟังตัวนี้ ดีหรือไม่ดีอย่างไร และเหมาะสมกับการหาซื้อมาใช้งานกันหรือไม่ กับหูฟังรุ่นนี้เลยครับ Razer Nari Ultimate

หูฟังเกมมิ่งไร้สาย RAZER NARI ULTIMATE

ข้อมูลเบื้องต้น

หูฟังเกมมิ่ง Razer Nari Ultimate เป็นหูฟังเกมมิ่ง แบบไร้สาย แบรนด์ Razer โดย Nari Ultimate ตัวนี้ ถือเป็นรุ่นใหญ่สุดในสินค้าตระกูลนี้ เพราะนอกจากจะมีรูปลักษณ์ที่ดูแข็งแรงตามสไลด์ Nari และระบบเสียงแบบ THX แล้ว ในหูฟัง Nari Ultimate ตัวนี้ ยังมี Razer Hypersense ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Intelligent Haptics ที่ซ่อนอยู่ในตัวหูฟัง ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสั่นในย่านเสียงต่ำ ช่วยให้เกิดความสมจริงและหนักแน่นขึ้นในการรับฟังเสียงต่างๆ หรือหากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ มีระบบสั่นที่หูฟัง นั่นเองครับ

หูฟังเกมมิ่งไร้สาย RAZER NARI ULTIMATE ที่มีเทคโนโลยี Hypersense และ Intelligent Haptics ที่ช่วยเพิ่มพลังเสียงรอบทิศทางและระบบสั่นตามความเป็นจริง

เทคโนโลยี Hypersense และ Intelligent Haptics ดียังไง?

ก่อนอื่นต้องขออนุญาตเล่าไปถึงความเข้าใจของตัวผมเองในตอนแรก ก่อนที่จะมาใช้งานจริงๆ ว่า ไม่เข้าใจเลยครับว่า ระบบ Hypersense และระบบสั่น Intelligent Haptics มันจะช่วยให้เกิดความรู้สึกที่ดียังไง คิดแค่ว่า มันคงสั่นเหมือนคอนโทรลเลอร์ของ PS4 อะไรประมาณนั้น แต่พอได้มาใช้งานเจ้าหูฟัง Razer Nari Ultimate แบบจริงๆ จังๆ แล้ว ขอบอกเลยว่า ประสบการณ์การใช้หูฟังเพื่อการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง เปลี่ยนไปเลยครับ

กดเปิดหูฟังเพื่อใช้เทคโนโลยี Hypersense (ไฟโลโก้ติด)

การทำงานของเทคโนโลยี Hypersense จะเป็นเหมือน AI ที่วิเคราะห์เสียงต่างๆ ในหูฟังว่า ควรเป็นเสียงหนักเบาในแต่ละทิศทางว่าควรเป็นแบบไหน ส่วน Intelligent Haptics จะทำให้เกิดการสั่นตามระดับที่ Hypersense วิเคราะห์มาอีกทีหนึ่ง ดังนั้นแล้ว ในเวลาที่เราใช้งานจริง ระดับเสียงและระดับสั่นที่มีความสัมพันธ์กัน จะช่วยให้ได้รับประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้นในอีกระดับ ทั้งนี้ การทำงานของเทคโนโลยีทั้งสองอย่างนี้ เราจะต้องเปิดการใช้งานด้วยการกดปุ่มเปิดหูฟัง (ให้ไฟโลโก้ขึ้นที่หูฟัง) ก่อนนะครับ

(นับจากซ้าย) ปุ่มปิดเสียง / ตัวปรับสมดุลเสียงไมค์และเสียงเกม / ปุ่มเปิดปิด / ช่อง Micro USB / ช่อง 3.5 mm

ประสบการณ์จากการใช้งานจริงกับหูฟัง Razer Nari Ultimate

รูปลักษณ์ภายนอก และการปรับแต่ง
อย่างแรกที่ต้องขอพูดถึงเลย คือ เรื่องของดีไซน์ภายนอกของหูฟังตัวนี้ เพราะว่าออกแบบมาให้งานได้เป็นอย่างดี คือ ใส่แล้วกระชับ ไม่หลุดง่าย ถึงผู้เล่นจะสวมใส่แว่นตาก็ใช้ได้สบายมาก ไม่บีบศรีษะ และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ วัสดุฟองน้ำของหูฟังสามารถระบายอากาศได้ดีเยี่ยม คนเหงื่อออกง่ายแบบผม ใส่ได้สบายๆ เล่นได้ยาวๆ เลยครับ

ส่วนของหูฟังเป็นฟองน้ำผสม Cooling Gel ช่วยระบายอากาศได้ดี ไม่ร้อน เวลาใช้งานนานๆ
ข้อต่อเป็นพลาสติก และส่วนผสมโลหะ เพิ่มความแข็งแรงในการใช้งาน
บริเวณครอบศรีษะเป็นหนังเทียม เจาะสกรีนคำว่า RAZER
ฟองน้ำบริเวณที่ครอบศรีษะเบาสบาย ระบายอากาศได้ดี

วัสดุที่ใช้ในงานประกอบทั้งพลาสติก โลหะ และฟองน้ำที่บุในจุดต่างๆ ดูแข็งแรงและเข้ากันได้ดี เพียงแค่มองภายนอกก็รู้สึกได้เลยว่า หูฟังตัวนี้แข็งแรงและดูดุดัน และในส่วนของไฟ RGB บริเวณโลโก้ Razer เราก็สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาปรับแต่งให้เป็นสไตล์ของตัวเองได้อีกด้วย โดยแอพพลิเคชั่นดังกล่าว สามารถปรับแต่ง Equalizer ระดับการสั่นของหูฟัง และการทดสอบเสียงรอบทิศทาง THX ได้ด้วยตัวคุณเองอีกด้วย

การปรับแต่งไฟ RGB ด้วยแอพพลิเคชั่น RAZER GAMING SOFTWARE
เมื่อต่อสาย USB เข้ากับคอมพิวเตอร์ ระบบจะดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นอัตโนมัติ
แอพพลิเคชั่น RAZER GAMING SOFTWARE สามารถทดสอบเสียงได้
ปรับแต่งการแสดงผลไฟ RGB ได้ตามต้องการ

ระบบเสียง
ในส่วนของระบบเสียงของหูฟัง Razer Nari Ultimate ที่มีระบบสั่นตัวนี้ ผมขอจำแนกออกเป็น 4 รูปแบบการทดสอบ เพื่อความชัดเจนในการอธิบายนะครับ

1. การเล่นเกม PC/PS4 (เชื่อมต่อแบบไร้สาย และแบบ USB)
เกมที่ใช้ในการทดสอบ ได้แก่ FIFA / Resident Evil 2 / Home Sweet Home ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าสำหรับเกม FIFA ที่เป็นการแข่งขันฟุตบอล เสียงกระหึ่มของกองเชียร์ในสนามแข่ง เสียงเอฟเฟกต์ ไปจนถึงเสียงดนตรีก่อนเข้าเกม เสียงแน่นมากครับ เล่นแล้วเหมือนอยู่ในบรรยากาศจริงเลย ส่วนเกม Resident Evil 2 และ Home Sweet Home ซาวนด์หลอนๆ และเสียงบรรยากาศในเกม ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นให้อีกระดับกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะเกม Home Sweet Home ผีเบลหันมาที หัวใจจะวาย ไหนจะเสียง ไหนจะระบบสั่นที่หูฟังอีก สนุกสนานกันไปเลยครับ

ช่องเก็บ Dongle USB เพื่อรับสัญญาณแบบไร้สาย ที่ซ่อนอยู่ในหูฟัง
กดที่ช่องเพื่อดึงตัว Dongle USB เพื่อรับสัญญาณแบบไร้สาย

2. การเล่นเกม Mobile (เชื่อมต่อแบบ 3.5 mm)
เกมที่ใช้ในการทดสอบ คือ PubG Mobile ใช้ได้สบายๆ เลยครับ เสียงแยกทิศทางได้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว เสียงฝีเท้าของศัตรู เสียงปืน ช่วยให้เล่นง่ายขึ้นเยอะ เพราะนี่คือแนวถนัดของหูฟังตัวนี้เลยก็ว่าได้ครับ การแยกแยะเสียงซ้ายขวาหน้าหลังทำได้ดี

สาย Audio ขนาด 3.5 mm เพื่อต่อช่องหูฟังทั่วไป (สายถัก)

3. การดูหนัง (เชื่อมต่อแบบไร้สาย / แบบ USB / แบบ 3.5 mm)
สำหรับการใช้หูฟัง Razer Nari Ultimate เพื่อการดูหนัง แล้วเปิดระบบสั่นพอประมาณ เราจะได้รู้สึกเหมือนการดูหนัง 4DX เลยครับ พอฉากที่มีการเต้นของหัวใจ หรือฉากระเบิด เราจะได้รู้สึกร่วมไปกับตัวหนัง หูฟังตัวนี้จะส่งสัญญาณสั่นที่เข้ากันกับระบบเสียงรอบทิศทาง ทำให้อรรถรสการดูหนังดีขึ้นอีกระดับเลยครับ

สาย Micro USB เพื่อชาร์จไฟ หรือต่อใช้งานแบบ USB (สายถัก)
ไมโครโฟนซ่อนอยู่ในหูฟังข้างซ้าย สามารถดึงออกมา และปรับระดับการใช้งานได้

4. การฟังเพลง (เชื่อมต่อแบบไร้สาย / แบบ USB / แบบ 3.5 mm)
แนวเพลงที่ใช้ทดสอบได้แก่ Rock / Metal / Rap / Pop ความรู้สึกที่ได้จะแตกต่างกันไปตามแนวเพลง เพราะถ้าเป็นแนว Rock Metal หรือ Rap ที่เน้นเบสดุๆ หน่อย จะรู้สึกเพลิดเพลินมาก (ยิ่งเปิดระบบสั่น หูแทบระเบิด) แต่หากเป็นแนว Pop หรือเปลี่ยนไปแนว Easy Listening จะรู้สึกแปลกๆ หน่อย ข้อสังเกตอีกอย่างสำหรับการใช้หูฟังตัวนี้ก็คือ การแยกเสียงชิ้นเครื่องดนตรี ไม่ค่อยชัดเจนเท่าที่ควร ซึ่งเราเองก็ค่อนข้างแปลกใจที่ผลออกมาเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ในส่วนของการเล่นเกม ทำได้ดีมาก ซึ่งอาจจะเนื่องมาจากการเล่นเกม และการฟังเพลง มีการแยกคลื่นความถี่ในระหว่างช่วงเสียงสูง กลาง ต่ำ ที่แตกต่างกัน สังเกตจากการทดสอบฟังเพลงที่พบว่า เสียงเบสที่แน่นมาก แต่กลับไม่ออกเป็นลูกๆ ที่ชัดเจนสักเท่าไหร่

สรุปโดยรวม

หูฟังเกมมิ่งไร้สาย Razer Nari Ultimate เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบระบบเสียงรอบทิศทาง เบสแน่นๆ และระบบสั่นที่ช่วยให้เกิดความสมจริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า ระบบที่ว่านี้ อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน บางคนชอบ บางคนอาจรำคาญ ก็อยู่ที่แต่ละท่านพิจารณาล่ะครับ แต่ถ้าเพื่อนๆ ที่เป็นสายเกมมิ่งตัวจริง ก็ไม่ควรพลาด ที่จะได้ลองสัมผัสหูฟังตัวนี้ดูล่ะครับ สิบปากว่าไม่เท่าสองหูฟัง จริงไหมล่ะครับ ^^

จุดเด่น

  • รูปลักษณ์ และวัสดุภายนอก ดูแข็งแรง ทนทาน
  • ระบบเสียงรอบทิศทาง ใช้กับการเล่นเกมได้ดีเยี่ยม
  • เทคโนโลยี Hypersense และ Intelligent Haptics ช่วยเพิ่มประสบการณ์ใหม่
  • สวมใส่ได้ยาวนาน กระชับ และระบายอากาศได้ดี
  • หาซื้อง่าย

ข้อสังเกต

  • การใช้งานฟังเพลงไม่ค่อยโดดเด่นเท่าที่ควร
  • ราคาค่อนข้างสูง

0 Comments

Leave a Comment

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password